“รองนายกฯ”แนะมองบวก ของแพง เพราะคนซื้อเยอะ

13 มกราคม 2022 | ข่าวเด่น
Loading...

สืบเนื่องจากกรณีที่ในวันนี้ 13 ม.ค.65 มีรายงานว่า นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีที่สินค้ามีราคาแพงขึ้นเอาไว้ว่า.. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กำลังแก้ไขปัญหานี้อยู่ ประเด็นสินค้าราคาแพงต้องพิจารณาว่ามาจากปัจจัยใด ทางรัฐบาลเองมีนโยบายและได้หารือกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อโดยตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และการพยากรณ์จากหลายสถาบัน เชื่อได้ว่าอัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยจะอยู่ในระดับ 1-3 เปอร์เซ็นต์

Loading...

ทั้งนี้ นายสุพัฒนพงษ์ ได้เปิดเผยว่า ไม่สามารถดูเฉพาะเจาะจงในรายการสินค้าได้ ต้องดูภาพรวมของอัตราเงินเฟ้อแทน เป็นเป้าหมายที่เราจะต้องควบคุมให้ได้ ซึ่งจะแตกต่างจากประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกาที่อัตราเงินเฟ้อขึ้นไปถึง 7เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่ได้ประมาทในเรื่องนี้ ส่วนไหนที่ตรึงได้ก็พยายามจะตรึง ส่วนไหนที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับกลไกตลาดก็จำเป็นต้องเพิ่มการผลิตให้มากขึ้นกรณีที่เกิดขาดความแคลนในสินค้าประเภทนั้น ไม่อยากให้ประชาชนไปเฝ้ามองเพียงแค่การขาดสินค้าตัวใดตัวหนึ่ง เพราะอยากให้ดูในภาพรวมดีกว่า

 

ที่ผ่านมาเกิดการชะลอตัวทางการผลิต เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการลงทุนลดลงและผู้ประกอบการไม่กล้าที่จะขยายกำลังการผลิต บางส่วนของสินค้ายังมีการชะงักชะงันอยู่จากการแพร่ระบาดของเชื้อโอมิครอน เรายังมองว่าเป็นเหตุการณ์ชั่วคราว และเชื่อได้ว่าจะเกิดการผลิตมากขึ้นหากสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ดี

เมื่อถามว่า หากอัตราเงินเฟ้อขึ้นไปเฉียด 3 เปอร์เซ็นต์ จะเรียกประชุมหน่วยงานเศรษฐกิจฉุกเฉินหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า รอให้เกิดก่อนแล้วกัน เพราะตอนนี้ยังไม่เกิด เราติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว รัฐบาลมีความห่วงใยในเรื่องนี้ และนายกฯให้ความสำคัญเรื่องนี้เช่นกัน ประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังตลอด ไม่ได้ละเลย หรือไม่ได้ไม่ห่วงใย นายกฯเห็นว่ารัฐบาลก็ได้ทำในหลายๆ เรื่องอยู่แล้ว ทั้งการตรึงราคาสินค้าบางส่วน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เชื่อว่าสถานการณ์นี้เป็นเรื่องชั่วคราว การตรึงราคาไว้บางส่วนก็อาจจะเป็นประโยชน์ได้ และไม่ให้เกิดความตื่นตระหนกมากเกินไปจนทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจขึ้นราคาสินค้าของตนเอง

Loading...