“อธิบดีกรมปศุสัตว์”ลั่น ไม่ลาออก ไม่ได้ทำผิดอะไร

13 มกราคม 2022 | ข่าวเด่น
Loading...

จากกรณีที่เกิดภาวะเนื้หมูในตลาดราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ และหาสาเหตุที่ทำให้ราคาเนื้อหมูแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งพบว่าปริมาณเนื้อหมูในตลาดหายไปกว่า 50%จากการติดโรคอหิวาต์หมู หรือโรคอหิวาต์ แอฟริกา​ใน​สุกร (ASF) แต่มีการปิดบังปกปิดข้อมูล และเพื่อเอื้อผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ ซึ่งสังคมถามหาความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงวเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์

Loading...

ล่าสุดในวันนี้ (13 ม.ค.65) มีการรายงานว่า นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงประเด็นดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะผู้เลี้ยง สุกรรายใหญ่อยู่ในระบบฟาร์มมาตรฐาน และธุรกิจของผู้ประกอบการกลุ่มนี้สามารถเดินหน้าต่อได้อยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่าปศุสัตว์เอื้อการส่งออกให้กับรายใหญ่ สามารถโชว์ข้อมูลให้ดูได้เลยว่ามีแต่ผู้เลี้ยงสุกรรายกลาง และรายย่อยเท่านั้น ที่มีการส่งออกหมูเป็นไปที่กัมพูชา และเวียดนาม

ส่วนกรณีที่พบเกษตรกรกำจัดหมูโดยนำใส่โอ่ง ที่ จ.นครปฐม และทำเป็นปุ๋ยขาย นั้น อยากให้เกษตรกรแจ้งให้กรมรับทราบ พอในกรณีนี้มีการแจ้งย้อมหลังทางกรมก็จะมีการตรวจสอบย้อนหลังเช่นกันว่าทำไมตอนเกิดเหตุไม่แจ้งกรม ส่วนหลังจากนี้ ได้ร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายกสัตวแพทย์ควบคุมฟาร์ม และสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เป็นต้น โดยตั้งเป้าหมายอยากให้ผู้เลี้ยงสุกรที่เหลืออยู่เดือดร้อนน้อยที่สุด เพราะนั้นการประกาศโรคไม่ได้หมายความว่าทั่วประเทศจะพบโรคระบาดทั้งหมด

แต่จะมีการเฝ้าระวังมากขึ้น หากตรวจพบเชื้อกรมจะเร่งประกาศควบคุมพื้นที่ เพื่อไม่ให้กระจายไปสู่พื้นทีอื่นต่อไป หลังจากนี้จะมีการสุ่มตรวจในทุกพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย ในการทำงานมาตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ยังไม่ถือว่าหนักที่สุดเพราะตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ในปี 2561 ก็เจอปัญหา โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (AHS) และลัมปีสกิน ก็ผ่านมาได้ และขอพูดเลยว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทำงานด้วยความตั้งใจ และซื่อสัตย์สุจริต

ดังนั้น คิดว่าทุกคนรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกตรและสหกรณ์ก็น่าจะเห็นถึงความตั้งใจที่ผมต้องการทำงานให้ดีที่สุด เพื่อผู้เลี้ยงสุกรและสัตว์อื่นๆ จนกว่าจะเกษียณราชการในอีก 8 เดือนข้างหน้านี้ และยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งแม้โดนกดดันจากหลายฝ่าย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทุจริต และผมมั่นใจว่าตัวเองทำผลงานได้ดีที่สุดแล้ว

ส่วนในเรื่องของการส่งออก ปัจจุบันได้หยุดการส่งออกตามคำสั่งการของกระทรวงพาณิชย์แล้ว เพื่อให้ราคาขายเนื้อสุกรภายในประเทศลดลง ส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปมองว่ายังสามารถส่งออกได้ไม่มีปัญหา นอกจากนี้ ยังได้เตรียมวางแผนช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ที่มีมาตรฐานฟาร์ม GFM จะจูงใจให้กลับมาเลี้ยงสุกรอีกครั้งโดยการทำประกันภัยสุกร แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรต้องมาหารือร่วมกันอีกครั้งต่อไป และคาดว่าหมูแพงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากสุกรตายจากโรคระบาด

จากการตรวจสอบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) พบว่าการเคลื่อนย้ายสุกกรในปี 2563 และ 2564 ต่างกันเพียง 1 ล้านตัวเท่านั้น สุกรไม่ได้หายไปจากระบบ 50-60% อย่างที่พูดกัน ซึ่งขณะนี้ ปศุสัตว์จังหวัดอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลที่แท้จริงว่ามีสุกรหายไปจากระบบเท่าไหร่ จึงจะกำหนดนโยบายในการควบคุมต่อไป และคาดว่าประชาชนจะต้องบริโภคหมูแพงไปอีก 8-12 เดือน ส่วนแนวทางจะเป็นอย่างไรจะมีการรายงานให้ประชาชนและทุกฝ่ายทราบต่อไป

Loading...