โจรอาละวาด เครื่องซักผ้ายังไม่เว้น

11 ตุลาคม 2018 | ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดตู้เก็บเงินของเครื่องซักผ้า หยอดเหรียญ ตู้ ที่ติดตั้งอยู่ข้างห้องเช่าเลขที่ 297/ม.14 ซ.พฤกษชาติ ถ.นิตโย เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.นพล วงศ์พุฒิ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ร.ต.อ.วีรไชย ไกรวาปี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ตำรวจสืบสวน และตำรวจสายตรวจ

ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถว 5 ห้อง พบ น.ส.สุพรรณี ประจงสาร อายุ 52 ปี และ นายประเสริฐ ลิ้มวิไลรัตนา อายุ 63 ปี 2 สามีภรรยา เจ้าของอาคารที่เป็นผู้เสียหาย นำตำรวจตรวจสอบ พบร่องรอยคนร้ายใช้คีมตัดเหล็กและอุปกรณ์งัดแงะตู้หยอดเหรียญ ตัดกุญแจที่ล็อกกล่องเก็บเงินที่อยู่ภายในถูกตัด ฝาปิดล็อกกล่องที่ถูกงัดจนพังเสียหายทั้งหมด แล้วคนร้ายนำเงินเหรียญ 10 บาท ในกล่องทั้ง 4 ตู้ ไปหมด ทางตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นำส่งตำรวจพิสูจน์หลักฐานหาลายนิ้วมือแฝงของคนร้าย

สอบสวน นางสาววนิดา สาดี อายุ 36 ปี ชาว ต.นาพู่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ช่างเสริมสวย ให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 02.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายคนเคาะแผ่นเหล็ก คิดว่าคนร้ายมาขโมยน้ำมันสามล้อเครื่อง ของเพื่อนที่เช่าห้องอยู่ติดกัน เนื่องจากเคยถูกคนร้ายขโมยน้ำมันจากถังรถสามล้อเครื่องไปแล้วหลายครั้ง จึงเปิดประตูออกมาดู และเสียงก็เงียบหายไป จึงเข้าไปนอนพักผ่อน ตื่นเช้าหลังจากส่งลูกไปดรงเรียนกลับมา พบว่าตู้หยอดเหรียญเครื่องซักผ้า ถูกคนร้ายงัดขโมยเอาเงินไปทั้งหมด 4 ตู้ จึงโทรศัพท์แจ้งผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าของห้องเช่าที่ ตนเช่าเปิดเป็นร้านเสริมสวย

ร.ต.อ.นพล วงศ์พุฒิ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้เสียหาย 2 สามีภรรยา เครื่องซักผ้าเป็นของ บริษัท เอกชนแห่งหนึ่ง ที่มาขอใช้พื้นที่ตั้งเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ บริการลูกค้าตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยแบ่งรายได้ให้เจ้าของที่ 30 เปอร์เซ็นต์ และจะเปิดตู้เก็บเงินออกทุกสิ้นเดือน แต่สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังไม่ได้เปิดตู้เก็บเงิน คาดมีเงินในตู้ไม่ต่ำกว่าตู้ละ 5,000 บาท รวมทั้งหมด 4 ตู้ น่าจะไม่ต่ำว่า 20,000 บาท ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ถูกคนร้ายงัดขโมยเงินไป

ครั้งแรกหลังจากเปิดบริการลูกค้าได้เพียง 2 เดือน ถูกงัดทั้งเครื่องซักผ้าและตู้น้ำดื่มหยอดเรียญ ครั้งที่ 2 ห่างกันไม่ถึงเดือนก็โดนงัดอีก ทางบริษัทจึงนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้ง และผ่านมาประมาณ 5 เดือน ก็ไม่มีคนร้ายกล้ามางัดแงะอีก แต่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดเสียไม่สามารถเปิดดูภาพได้ ทางบริษัทจึงได้ถอดออก ก่อนมาเกิดเหตุอีก ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ตำรวจยังจับคนร้ายไม่ได้ คาดเป็นคนร้ายรายเดียวกันที่ก่อเหตุทั้ง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามตำรวจสืบสวน จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย…..


คลิป

Loading...