‘องค์การอนามัยโลก’ เตือนคนติด ‘โรคหัด’ พุ่ง 3 เท่า อาจระบาดไปทั่วโลก

16 เมษายน 2019 | ข่าวเด่น

โรคหัดเป็นโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดสูงซึ่งหาได้ยากในสวีเดน แต่พบได้ทั่วไปในต่างประเทศ สาเหตุที่ทำให้โรคหัดไม่แพร่หลายนักในสวีเดนคือเด็กเล็กและคนวัยกลางคนส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีน และผู้สูงอายุส่วนใหญ่เคยเป็นโรคนี้เมื่อตอนเด็ก เมื่อได้รับเชื้อโรคหัดใช้เวลาประมาณ 7-18 วันก่อนมีอาการ(ระยะฟักตัว). อาการทั่วไปในตอนต้นคือ ไข้สูง อ่อนเพลียไม่สบาย ระคายเคืองที่ตาและไม่สู้แสง ไอแห้ง ปวดศรีษะ และผื่นขึ้นในปาก หลังจาก 3-4 วันจะออกผื่น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเริ่มขึ้นตามบริเวณใบหน้าและหลังจากนั้นกระจายไปตามลำตัว แขนและขา โรคแทรกซ้อนที่พบบ่อยคือ หูอักเสบ ไซนัสและปอดอักเสบ ในบางกรณีมีการติดเชื้อร้ายแรงเกิดขึ้น โอกาสการแพร่ระบาดสูงสุดคือช่วงก่อนเกิดผื่นแล้วเมื่อผื่นขึ้นได้สองสามวันการแพร่ระบาดจะลดต่ำลง ไม่มีตัวยาหรือการรักษานอกจากการบรรเทาอาการ(ยาลดไข้, ยาแก้ไอ, ยาหยอดจมูก).

ล่าสุดองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดโรคหัดทั่วโลกในช่วง 3 เดือนแรกของปี ๒๕๖๒ นั้น เพิ่มขึ้นถึง ๓ เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นที่บ่งชี้ได้ว่า ณ ตอนนี้โลกเรากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคหัด ทั้งนี้ภูมิภาคที่มีการแพร่ระบาดมากที่สุดคือแอฟริกา ซึ่งจำนวนผู้ติดโรคหัดเพิ่มขึ้นถึง 700% โดยประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรคหนักที่สุดคือยูเครน มาดากัสการ์ และอินเดีย ซึ่งมีรายงานผู้เป็นโรคหัดสูงถึงหลายหมื่นคนจากประชากรทุก 1 ล้านคน

ดับเบิลยูเอชโอระบุด้วยว่า ปัจจุบันยอดผู้เป็นโรคหัดทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นมาก นับตั้งแต่มีรายงานการติดโรคในเบื้องต้นเพียง 10 รายทั่วโลก และนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีก่อนจนถึงขณะนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเนื่องจากโรคหัดแล้วอย่างน้อย 800 รายในประเทศมาดากัสการ์เพียงประเทศเดียว การแพร่ระบาดของโรคหัดยังพบในบราซิล ปากีสถาน และเยเมน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก ขณะที่มีรายงานการพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาและไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอย่างแพร่หลายด้วย

สหประชาชาติระบุว่า โรคหัดเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนที่ถูกต้อง แต่จำนวนการฉีดวัคซีนเข็มแรกทั่วโลกอยู่ที่ราว 85% ซึ่งน้อยกว่าตัวเลข 95% ที่ต้องการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของโรค ทั้งนี้ดับเบิลยูเอชโอรับว่า ขณะนี้โลกกำลังอยู่ในช่วงกลางของวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคหัด ส่วนหนึ่งของปัญหามาจากความสับสนเกี่ยวกับข้อมูลของการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค

ทั้งนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 ทุกคนที่อาศัยในสวีเดนได้รับวัคซีนสองครั้งเพื่อป้องกันโรคหัด:ครั้งแรกเมื่ออายุ18 เดือนและอีกครั้งเมื่ออายุ 6-12 ปี หากได้รับทั้งสองครั้งจะมีภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกับได้เคยเป็นโรคหัดและไม่สามารถติดเชื้อได้อีก ในกรณีดังกล่าวไม่จำเป็นต้องตรวจสอบภูมิคุ้มกันด้วยการตรวจเลือด บุคคลที่เกิดก่อนปี ค.ศ.1960 มักเคยเป็นโรคและมีภูมิคุ้มกัน ส่วนบุคคลที่เกิดระหว่างปี ค.ศ.1960 และ1981มีภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกันออกไป บางคนได้รับวัคซีนเพียงครั้งเดียวและมีภูมิต้านทานที่ดี แต่ก็ยังมีบุคคลที่ไม่มีภูมิคุ้กันโรคหัดเลย