พังพินาศ ระเบิดเมืองเลบานอน

5 สิงหาคม 2020 | ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. เมื่อเวลา 18.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดใหญ่บริเวณท่าเรือใกล้กรุงเบรุตของเลบานอนโดยแรงระเบิดได้ก่อเกิดคลื่นช็อกเวฟทำกระจกหน้าต่างแตกกระจาย พื้นดินสั่นสะเทือนทั่วเมืองหลวง และอาคารบ้านเรือนพังเสียหายยับเยินเป็นวงกว้าง เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 78 ศพ บาดเจ็บอีกร่วม 4,000 คน เจ้าหน้าที่เลบานอนคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจะพุ่งสูงขึ้นอีก ในขณะที่หน่วยกู้ภัยยังคงค้นหาตามซากปรักหักพังเพื่อช่วยเหลือผู้ที่รอดชีวิตและเก็บกู้ศพ เหตุระเบิดคราวนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

Loading...

ประธานาธิบดี มิเชล อูน แห่งเลบานอน ระบุว่า สารแอมโมเนียมไนเตรตราว 2,750 ตันถูกเก็บเอาไว้ที่ท่าเรือแห่งนี้มานาน 6 ปี โดยปราศจากมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเห็นว่า รับไม่ได้ พร้อมสั่งเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นการด่วนในวันนี้ และเตรียมประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ด้านจอร์จ เก็ตตานี ประธานสภากาชาดเลบานอน ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็น หายนะรุนแรง และมีผู้คนบาดเจ็บล้มตายอยู่ทุกหนแห่ง”หลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นเมื่อเวลาหลัง 18.00 น.   ไฟได้ลุกไหม้บริเวณท่าเรือต่อมาอีกหลายชั่วโมง ขณะที่เสียงเฮลิคอปเตอร์และไซเรนรถพยาบาลดังสนั่นทั่วทั้งเมือง โรงพยาบาลในกรุงเบรุตเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บจากแรงระเบิด โดยเจ้าหน้าที่การแพทย์หญิงคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า แผนกฉุกเฉินในโรงพยาบาลของเธอมีคนบาดเจ็บถูกส่งมารักษา 200-300 คน ซึ่งเป็นสถานการณ์ขั้นเลวร้ายที่เธอ ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ฮัสซัน ดิอาบ ยืนยันผ่านสื่อโทรทัศน์ว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นกับโกดังสินค้าอันตราย “จะต้องมีคนรับผิดชอบ” พร้อมประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศในวันนี้ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเบรุตแถลงเตือนเรื่องก๊าซพิษจากการระเบิด พร้อมเตือนให้ประชาชนเก็บตัวอยู่ในอาคารและสวมใส่หน้ากากหากสามารถทำได้

จากคลิปเหตุการณ์ซึ่งถูกแชร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหนือท่าเรือ ตามหลังการระเบิดซึ่งก่อให้เกิดลูกไฟขนาดใหญ่และกลุ่มเมฆสีขาว ผู้ที่ถ่ายคลิปจากบนอาคารสูงซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตรระบุว่าพวกเขาโดนแรงอัดจากคลื่นช็อกเวฟจนหงายหลังเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่เลบานอนยังไม่ระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการระเบิดครั้งนี้ แต่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเผยกับสื่อท้องถิ่นว่าขณะเกิดเหตุมีคนงานกำลังเชื่อมโลหะอยู่ที่โกดังดังกล่าว

ซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 วันก่อนที่ศาลพิเศษของสหประชาชาติจะนัดอ่านคำพิพากษาในคดีผู้ต้องหากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ 4 คนซึ่งอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อปี 2005 ซึ่งทำให้อดีตนายกรัฐมนตรี ราฟิก อัล-ฮาริรี และเหยื่ออีก 21 คนเสียชีวิต

ขอขอบคุณ The Reporter,World Rorum

Loading...