จับแล้วมือสังหาร ยิงหนุ่มอุดรดับข้างถนน อ้างถูกหยามจะตีท้ายครัว

31 สิงหาคม 2020 | ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่ ศปก.สภ.เพ็ญ ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ พ.ต.อ.ปิยะบุตร ไพบูลย์ รอง ผบก. พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ วงษ์สนิทธีรา รอง ผกก.สส.สภ.เพ็ญ พ.ต.ท.ยุทธศิลป์ นามแสง รอง ผกก.ป.สภ.เพ็ญ และ ร.ต.อ.อดุลชัย ขาวขำ รอง สว.สอบสวน สภ.เพ็ญ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันสอบปากคำรับสารภาพ นายฉัตรทอง หรือแดง นารี อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 263 ม.2 บ้านนารายณ์ ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.อุดรธานี ที่ 126/2563 ลงวันที่ 26 ส.ค. 2563 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เบอร์ 20 กระสุน 2 นัด และรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ก่อเหตุยิง นายประกัน อัปการัตน์ หรืออั้ง ดงยาง อายุ 43 ปี อยู่ที่ 20 ม.16 บ.ดงยางพัฒนา ต.จอมศรี อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จนไส้แตกเสียชีวิตบริเวณริมทางหน้าวัดป่านาทม ถ.บ้านโนนแสงจันทร์-ดงยางพัฒนา ต.จอมศรี อ.เพ็ญ ขณะที่ผู้ตายกำลังขี่รถ จยย.กลับบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา

โดยหลังก่อเหตุ นายแดงฯ ได้หลบหนีไปทำงานก่อสร้างกับเพื่อนในพื้นที่ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ส่วนปืนและกระสุน นำไปซุกซ่อนไว้ที่กระท่อมนาของตัวเอง ส่วนรถ จยย.ที่เพิ่งซื้อมาได้ 2 เดือน นำไปฝากไว้ที่บ้านญาติ โดยทางตำรวจได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาล จ.อุดรธานี หลังตรวจยึดปืนและรถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุ แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม แต่มายอมรับสารภาพในชั้นสอบสวน ต่อหน้าทนายอาสา เนื่องจากจำนนด้วยพยานหลักฐาน หลังจาก นายแดงฯ หลังก่อเหตุได้โทรศัพท์บอกญาติของนายอั้ง ผู้ตาย ให้ไปดูอาการว่าเสียชีวิตหรือไม่ ซึ่งเป็นหลักฐานที่มัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด รวมทั้งหลักฐานและพยานอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงในการยิงนายอั้ง เสียชีวิต

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เมื่อก่อนนายแดง และ นายอั้ง ผู้ตายรักกันเหมือนพี่น้อง ก่อนเกิดเหตุราว 1 ปี ผู้ตายเอารถ จยย.มาจำนำกับนายแดง ราคา 7 พันบาท โดยได้เงินไป พร้อมให้รถ จยย.ที่มาจำนำให้ผู้ตายใช้ขี่ทำงานด้วย แต่เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ ผู้ตายใช้หนี้มาเพียง 3 พันบาท เมื่อทวงหนี้ที่เหลือ กลับถูกผู้ตายด่าดูถูกเหยียบหยามและขู่ทำร้ายร่างกาย แถมยังมาพยายามตีท้ายครัวภรรยาสาวชาวลาว ของนายแดง ที่อยู่กินกันมา 2 ปี จึงเก็บความแค้นสะสมเรื่อยมา และนายแดง ได้ติดต่อซื้อปืนลูกซองสั้นจากเพื่อนในราคา 2 พันบาท พร้อมกระสุน 3 นัด มาเตรียมไว้ หากพูดคุยกันกับผู้ตายไม่รู้เรื่อง กระทั่งช่วงกลางวันของวันที่ 4 สิงหาคม ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน นายแดง ไปทวงหนี้ นายอั้ง ผู้ตายอีก แต่กลับถูกพูดจาอาฆาต และจะแย่งเอาภรรยาของตนมาทำเป็นเมีย ทำให้นายแดง โกรธแค้นมากขึ้น

จนวันที่เกิดเหตุ นายแดง ทราบว่า นายอั้ง ผู้ตายขี่รถ จยย.มากินลาบเป็ดที่บ้านพี่สาว ในหมู่บ้านโนนแสงจันทร์ นายแดง จึงขี่รถ จยย.พร้อมปืน มาเตรียมก่อเหตุ และเห็นผู้ตายขี่รถ จยย.สวนทางมา จึงเลี้ยวรถขี่ตาม ก่อนจอดรถถามผู้ตายว่า เมื่อวานนี้ได้พูดอะไรไว้ จากนั้นได้ชักปืนลูกซองขึ้นมาขู่ แต่ปืนลั่นถูกผู้ตายล้มลงพร้อมกับรถ จยย. หลังจากนั้นนายแดง ได้ขี่รถ จยย.กลับบ้านหาปลาและทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนมาทราบข่าวว่าตำรวจกำลังติดตามจับกุม จึงหลบหนีไปทำงานก่อสร้างที่ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563 และถูกตำรวจจับกุมตัว ยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป โดยทางตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

หลังจากสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังตำรวจ ได้ควบคุมตัว นายแดง ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ พร้อมนำดอกไม้ และจุดธูปขอขมาอโหสิกรรมต่อผู้ตาย ที่จุดที่ผู้ตายถูกยิงเสียชีวิต โดย นายแดง ผู้ต้องหาได้สัญญาว่า เมื่อพ้นโทษออกมาจะบวชอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย 1 พรรษา

ขณะที่ญาติของนายอั้ง ผู้ตายจำนวนมาก ได้เดินทางมาดูการทำแผน โดยทางตำรวจได้ขอความร่วมมือให้อยู่ในความสงบ และได้มอบดอกไม้ให้ พล.ต.ต.พิษณุฯ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ที่สามารถจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ ก่อนตะโกนร้องถามคนร้ายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในรถยนต์ ว่าติดหนี้แค่ 3 พัน ถึงกับฆ่ากันเลยหรือ ทางตำรวจเกรงจะเกิดความวุ่นวาย จึงรีบขับรถออกไปส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มาและขอบคุณ ทีมตระเวนข่าวถึงที่

Loading...