สาวอุดรเล่าไปผวาไป จนท.ควงปืนมาตรวจ ภาพมันยังติดตา

9 ตุลาคม 2020 | ข่าวเด่น
Loading...

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนึงได้โพสต์คลิปวีดีโอเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2563 ว่าโดนเจ้าหน้าที่แต่งกายคล้ายชุดทหาร 2 นาย เล็งปืนพร้อมขอตรวจค้นรถเพื่อหายาเสพติด โดยผู้หญิงที่ถ่ายคลิปวีดีโอได้พยายามบอกให้เจ้าหน้าที่เก็บปืน พร้อมกับเขียนข้อความว่า “ดูเจ้าหน้าทีที่ทำ ทั้งทำให้ตกใจ ข่มขู่ประชาชน และทำเกินกว่าเหตุ แค่เสียววินาทีเดียวกูตายมันเหนี่ยวไกล่ะกูตาย ถ้าแค่สงสัยทำไมคุณไม่ทำอะไรที่มันดีกว่านี้ ทำไมทำได้มากขนาดนี้ กูเกือบตายฟรีเพราะเข้าใจผิด และขนาดกูพยายามบอกให้คุณวางปืน เก็บปืน คุณยังไม่ทำเลย ยังพยายามบอกอย่าโพสต์ ถ้าเสียหายจะฟ้อง กูต่างหากต้องพูดเพราะกูเกือบตายฟรี แล้วจบด้วยคำขอโทษ ถ้ามึงยิงกูก่อนหน้านี้ล่ะ”โดยมีผู้เข้าชมและแชร์เป็นจำนวนมากตามที่ได้เนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านข่าว ชักปืนลงมาด้วย ชาวบ้านตกใจ สายแจ้งว่ามียา

Loading...

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2563 นางเจ นามสมมุติ อายุ 36 ปี ขอสงวนชื่อ นามกุลจริง และที่อยู่ ผู้โพสต์คลิปวีดีโอดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนมีอาชีพเกษตรกร ปลูกตะไคร้ และรับซื้อลูกยอไปขายต่อ ส่วนสาเหตุที่โพสต์คลิปดังกล่าว เพราะตนกลัว และโกรธเจ้าหน้าที่ ที่กระทำกับตนเยี่ยงคนร้ายอยากให้เจ้าหน้าที่กระทำแบบละมุนละม่อมกว่านี้ให้เป็นที่พึ่งของประชาชน โดยก่อนเกิดเหตุตนขับรถปิกอัพท้ายกระบะติดโครงหลังคาไปตระเวนหาซื้อลูกยอตามหมู่บ้านไปขายต่อ โดยไปกับพี่สาว และลูกชาย ตนเป็นคนขับ เมื่อมาถึงบ้านผาตั้ง ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ก็พบบ้านที่ปลูกต้นยอมีลูกยอออกเต็มต้น จึงจอดรถริมถนนพี่สาวได้เปิดประตูรถลงไปในบ้านเพื่อสอบถามเจ้าของบ้าน แต่เจ้าของบ้านไม่อยู่จริงเดินกลับมาที่รถ

นางเจฯ เผยต่อว่า เป็นจังหวะเดียวกันมีชายแต่งกายคล้ายทหารขับรถกระบะ 2 คัน คันแรกมาจอดดักหน้ารถตน แล้วเอาปืนสั้นพาดใส่ประตูรถเล็งปืนมาทางรถของตน ซึ่งตนนึกว่าเจ้าของบ้านโกรธที่ตนจอดขวางซอยเข้าบ้าน จึงถอยรถออก แล้วรถคันที่สองเป็นรถเก๋งสีขาว มาจอดดักด้านข้างอีกเลนหนึ่งไม่ให้หลบหนี ตนกลัวจนสั่นไปหมด แต่ตนยังมีสติได้หยิบมือถือมาคลิปวีดีเอาไว้เพราะหากตนเป็นอะไรจะได้มีหลักฐาน เป็นจังหวะเดียวกับพี่สาวถือลูกยอเดินกลับมาที่รถสักพักชายที่ถือปืน และแต่งกายชุดทหารเดินมาเคาะประตูรถบอกให้ตนและลูกลงจากรถเพื่อตรวจค้น ตนจึงได้ถามไปว่าตรวจอะไร ชายที่ถือปืนแจ้งว่ามีสายลับแจ้งมาว่ารถของตนเป็นเป้าหมายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนจึงบอกว่าให้เก็บปืนก่อน เพราะที่รถมีแต่ผู้หญิงและเด็กเท่านั้น

ต่อมาก็มีชายสวมเสื้อสีน้ำเงินขี่จักรยานยนต์มาหาชายถือปืน แล้วพูดคุยกันว่า ใช่รถเป้าหมายหรือไม่ แล้วชายถือปืนเดินไปที่รถตนหยิบเอาบัตรประจำตัวมาแสดง ว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายคลิปเอาไว้ ตลอดเวลา แต่ชายที่ถือปืน ก็ยังไม่เก็บปืน
นางเจฯ เปิดเผยอีกว่า ตนและลูกชายได้เปิดประตูรถออกให้ดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง แล้วพวกตนก็นำถุงผ้าใส่ของมาเทลงพื้นให้ดูว่ามีอะไรข้าง รวมทั้งกระเป๋า 3 ใบ เปิดให้ดูว่ามีสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ รวมป้ายทะเบียน ด้านหลังที่ไม่ติดเนื่องจากหลุดมาแสดงให้ดู แล้วก็ไปเปิดฝาท้ายว่ามีอะไรข้างในบ้าง จนเป็นที่พอใจของเขาว่าในรถไม่อะไรเลยที่ผิดกฎหมาย

โดยชายที่ถือปืนที่บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ก่อนที่จะไปบอกว่า รถคันนี้ไม่รู้ว่าผู้ร้ายหรือผู้ดีได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีรถต้องสงสัยคันนี้มียาเสพติด ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ ขอโทษที่ทำให้เสียเวลา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์พูดคุยว่ารถทะเบียนอุดรธานีไม่ใช่กระบี่ พอเจ้าหน้าที่พูดถึงป้ายทะเบียนรถ ตนคิดขึ้นได้ทันทีว่า ตนขับรถผ่านมามีรถกระบะติดตู้หลังคาเหล็กด้านหลังคล้ายกันจอดอยู่ในป่าริมทางก่อนถึงหมู่บ้านประมาณ 1 กม.ซึ่งรถของตนอาจจะเป็นคล้ายกับรถเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้น แต่รถคันเป้าหมายจอดซุ่มอยู่ในป่า ส่วนรถตนกลับขับตระเวนซื้อลูกยอจึงถูกตรวจค้น

นางเจฯ เปิดเผยต่ออีกว่า ตนกลับมาถึงบ้านยังตกใจไม่หาย นอนไม่หลับทั้งคืน เกรงจะได้รับอันตราย ไม่ปลอดภัยในชีวิต ภาพเหตุการณ์ยังติดตาไม่หาย กลัวจะตายฟรีจึงโพสต์คลิปดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กตัวเอง แต่มีคนเข้ามาดูและเข้ามาแชร์จำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ตนขับรถชน 2 ครั้งซ้อน ตนจึงไปหาหลวงปู่วัดเพทธารทองที่ตนเคารพนับถือ หลวงปู่ดูดวงให้ และทักว่ามีเคราะห์จึงทำน้ำมนต์ให้อาบหลังสวดปลุกเสกน้ำมนต์เสร็จ ปรากฏว่าน้ำมนต์มีสีดำอาบไม่ได้ต้องนำไปเททิ้ง หลวงปู่จึงทำพิธีสะเดาะเคราะห์ตัดเส้นผม ตัดเล็บใส่กระทงสวด

จากนั้นก็อาบน้ำมนต์ก็นึกว่าจะพ้นเคราะห์กรรมแล้ว แต่ก็ยังไม่พ้น ซึ่งคืนก่อนเกิดเหตุตนฝันคล้ายกันกับพี่สาวว่าได้มีเปรตตัวดำสูงใหญ่ นำก้อนหินมาขว้างปาใส่ตนหลายครั้ง ซึ่งตนก็ขว้างปาก้อนหินกลับไปใส่เปรตทุกครั้ง ส่วนพี่สาวก็ยังฝันว่าพ่อตายไปมาชวนไปเที่ยว แต่พี่สาวไม่ไปถ้าไปคงจะตายแล้ว แต่พวกตนยังมาพบเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจ ก็ถือว่าเป็นนเคราะห์กรรมก็แล้วกัน


ที่มาและขอบคุณ ทีมตระเวนข่าวถึงที่

Loading...