ตำรวจแถลงแล้ว 23พ.ย. จับตาฟันไม่ฟันม.112

20 พฤศจิกายน 2020 | ข่าวเด่น
Loading...

สืบเนื่องจากกรณีที่มีการชุนุมของกลุ่มคณะราษฎรและประชาชนที่สวมเสื้อเหลือง บริเวณโดยรอบรัฐสภา ซึ่งต่อมาเกิดเหตุชุลมุน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมคณะราษฎร หลังผู้ชุมนุมพยายามรื้อบังเกอร์ ที่หน้ารัฐสภา โดยผู้ชุมนุมปาพลุควันเป็นการตอบโต้ อีกทั้งมีการปะทะของทั้ง2กลุ่มผู้ชุมนุม ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปนั้น

Loading...

ล่าสุด พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ฐานะโฆษกบช.น. ได้ออกมากล่าวถึง ความคืบหน้าในการดำเนินคดี กับทางกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรที่ทำให้เกิดความเสียหายและความรุนแรงขึ้นว่า..

ขณะนี้ทั้ง 2 คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เพื่อพิสูจน์ทราบระบุตัวบุคคลที่กระทำความผิด ซึ่งเบื้องต้นสามารถระบุตัวบุคคลได้แล้วรวมมากกว่า 30 คน แบ่งเป็นในพื้นที่ สน.บางโพ จากการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา สามารถพิสูจน์ทราบบุคคลได้แล้ว 14 คน ในพื้นที่ สน.ปทุมวัน จากการชุมนุมกันที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถระบุตัวและพิสูจน์ทราบบุคคลได้แล้ว 17 คน

ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องการปะทะกันที่บริเวณหน้ารัฐสภา โฆษก บช.น. กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเรียกตัวผู้ได้รับบาดเจ็บมาให้ปากคำได้แล้วรวม 3 คน โดยเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่แยกบางโพ 1 คน และแยกเกียกกาย 2 คน ซึ่งมีทั้งผู้ชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร และผู้ชุมนุมกลุ่มปกป้องสถาบัน

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและกลุ่มนักเรียนเลว จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มตามในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น โฆษก บช.น. กล่าวว่า ตำรวจยืนยันว่า ขณะนี้จะยังไม่มีการแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากต้องรอการพิจารณากำหนดขอบเขตการแจ้งข้อหา และพฤติการณ์แห่งคดีอย่างชัดเจน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 23 พ.ย.นี้ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อขอบเขตให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการบังคับใช้

Loading...