4แกนนำจับมือมอบตัวคดี112

8 ธันวาคม 2020 | ข่าวเด่น
Loading...

8 ธ.ค.63 เรียกได้ว่าทุกคนต่างให้ความสนใจอย่างมาก วันนี้หลังจากมีรายงาน ที่ สภ.เมืองนนทบุรี ทางด้านนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง แกนนำกลุ่มคณะราษฎร และนายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือ ไบรท์แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 เพิ่มเติม ในคดีการชุมนุม “คนนนท์ไม่ทนเผด็จการ” ที่ท่าน้ำนนทบุรี เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 63

Loading...

ก่อนเข้ารับทราบข้อหา นายพริษฐ์ เปิดเผยว่า ถ้าตามขั้นตอนในกระบวนกฎหมายและยุติธรรมตำรวจต้องไม่ส่งเราฝากขัง ก่อนหน้านี้ทางทีมงานทนายได้รับการติดต่อจากทางตำรวจว่าจะมีการส่งตัวพวกเราไปฝากขัง เมื่อเราประกาศให้มวลชนทราบ ทางผู้กำกับ สภ.เมืองนนทบุรีได้ออกมาชี้แจงว่าจะไม่มีการส่งตัวฝากขัง วันนี้ก็ต้องดูกัน ขอให้ทุกคนเฝ้าจับตาดูว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเล่นตุกติกอะไรกับพวกเราหรือไม่ การแจ้งข้อหามาตรา 112 เพิ่มกับพวกเราในวันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการกระทำต่อตัวเราแต่คือการกระทำต่อราษฎรที่ต้องการยกเลิกมาตรา 112 และปฏิรูปสถาบัน

ด้านนายภาณุพงศ์ กล่าวว่าการใช้มาตรา 112 กับกลุ่มแกนนำ มาตรา 112 ในหลักสากลไม่มีและเราก็เห็นแล้วว่าการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือปฏิรูปสถาบันทำให้ฝ่ายรัฐบาลใช้สถาบันเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งประชาชนในการตั้งข้อหากับพวกเรา เราไม่ได้มีความกังวลใจใดๆ สิ่งที่พวกเราพูดเป็นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังไม่ได้เท่านั้น จึงตั้งข้อหากับพวกเรา นับตั้งแต่มีการชุมนุมทำไมเพิ่งมีการแจ้งข้อกล่าวหา 112 กับพวกเราในวันนี้ทั้งๆที่เรื่องผ่านมาเป็นเดือนแล้ว มาตรา 112 จึงเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการกลั่นแกล้งกับผู้เห็นต่างทางการเมืองหรือเปล่า

ทั้งนี้น.ส.ปนัสยา ระบุว่า มาตรา 112 ถ้ามองตามความเป็นจริงก็คือกฎหมายหมิ่นประมาท แต่แค่มันเป็นกฎหมายหมิ่นประมาทของสถาบัน จริงๆแล้วมันไม่จำเป็นที่จะะต้องมีกฎหมายพิเศษขึ้นมาเลย สถาบันพระมหากษัตริย์ควรใช้กฎหมายตัวเดียวกับประชาชนไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายตัวนี้ขึ้นมาแต่อย่างใด เพราะอย่างนั้นก็จะเป็นเหมือนทุกวันนี้ว่าใครก็สามารถแจ้งความ 112 กับใครก็ได้โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รับรู้ด้วยซ้ำว่ามีใครเดือดร้อนแทนอยู่ จึงควรให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ถ้าจะมีการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทก็ใช้มาตราเดียวกันกับประชาชนเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

เพนกวิน กล่าวเสริมว่า การใช้มาตรา 112 เพื่อการกลั่นแกล้งทางการเมือง ผมเองเป็นหนึ่งคนที่ถูกแจ้งข้อหา 112 ก่อนใครเพื่อนตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่มีใครก็ไม่รู้และหลายคนจากจังหวัดไหนก็ไม่รู้มาแจ้งข้อหาผมอยู่จังหวัดตรังบ้าง เลยบ้าง หรือที่จังหวัดพิษณุโลก ผมสังเกตว่าเกือบทุกครั้งผู้ที่มาแจ้งความกับเราเป็นคนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงอยากให้พิจารณาว่านี่เป็น หลักฐานการแกล้งกันทางการเมืองหรือไม่ เพราะพรรครวมพลังประชาชาติไทยมีที่มาแบบไหน ตั้งมาเพื่ออะไร

การกลับมาใช้มาตรา 112 อีกครั้งเป็นมาตราที่ไม่มีความเป็นธรรมตั้งแต่แรกที่ไม่ควรใช้ตั้งแต่แรก นานาอารยประเทศเขาไม่ใช้กัน การมีอยู่ของมาตรา 112 เป็นเครื่องมือพิสูจน์ว่าสถาบันกลัวความจริง สิ่งที่เราพูดแต่ละอย่างเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ถ้าคิดว่าเราพูดไม่เป็นความจริงก็เอาหลักฐานมาโต้พิสูจน์กัน ไม่ใช่เอากฎหมายมาปิดปากเรา

เมื่อถามว่าจะเสียขบวนหรือไม่ เมื่อแกนนำถูกดำเนินคดีไปหลายคน นายพริษฐ์ ตอบว่าไม่กระทบต่อการเคลื่อนไหวโดยภาพรวมถ้าจะส่งผลกระทบก็คงมีอย่างเดียวคงจะออกมามากขึ้น ส่วนการเคลื่อนไหวเวลานี้เป็นช่วงที่นักศึกษากำลังสอบ ขอให้เพื่อนๆสอบเสร็จก่อน แต่ระหว่างนี้เราก็จะมีกิจกรรมอยู่เรื่อยๆอย่างเช่นวันที่ 10 ธ.ค. กลุ่มธรรมศาสตร์จัดเสวนาที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลาคม ยกเลิกมาตรา 112 ชื่องาน “ยกเลิก 112 สิแล้วเราจะเล่าให้ฟัง” นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมของกลุ่มสหภาพแรงงานยกเลิกมาตรา 112 ที่หน้าสหประชาชาติ และกลุ่ม สิทธิผู้พิการ จัดการชุมนุมที่หน้ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เมื่อถามถึงกลุ่ม RT MOVEMENT ที่เรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 นายภาณุพงศ์ กล่าวว่า แต่ละกลุ่มมีจุดยืนของตัวเอง เพราะฉะนั้นเรามาจากหลากหลายกลุ่มที่มารวมกันในคณะราษฎร แต่ละกลุ่มก็มีแคมเปญของแต่ละกลุ่ม สุดท้ายไม่ว่ากลุ่มไหนจะมีแคมเปญอะไรจุดมุ่งหมายก็คือประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของความเท่าเทียมกันของมนุษย์เป็นขบวนของคณะราษฎรเหมือนเดิม เหมือนกีฬาสี มีหลายสีแต่สุดท้ายเราก็เดินไปในขบวนเดียวกัน ส่วนสัญลักษณ์คล้ายๆ ลัทธิคอมมิวนิสต์ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะทุกคนมีความคิด เขาอาจจะไม่ใช่เรื่องคอมมิวนิสต์ก็ได้ สุดท้ายเมื่อเราเรียกร้องสำเร็จประชาชนทุกคนจะได้รับประโยชน์สิทธิเสรีภาพต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามเรายังยึดหลัก 3 ข้อที่เคยพูดกันมา

จากนั้นทั้งหมดเข้ารับทราบข้อหาที่ห้องประชุมผิวพรรณ พร้อมกับชู 3 นิ้วอีกคั้ง โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่าแล้วเราจะออกมา  ส่วนบรรยากาศหน้า สภ.เมืองนนทบุรี ส่วนใหญ่ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นมวลชนคนเสื้อแดง โดยมีแกนนำสลับขึ้นปราศัยโจมตีรัฐบาลและให้ปฏิรูปสถาบัน โดยปิดถนนหน้า สภ.เมืองนนทบุรีด้วย

 

Loading...