แฉทุจริต ปลุกประชาชนลุกฮือ

1 กุมภาพันธ์ 2021 | ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติหรือ นปช. เผยในรายการ ลมหายใจพีซทีวีเวทีทัศน์ในหัวข้อ ทางตัน โดยระบุว่า ในแต่ละเรื่องราวก็ยังไปไม่ถึงไหนยังย่ำอยู่กับที่ เพียงแต่มีตัวละครและเรื่องราว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ความเป็นจริงแล้วโดยสถานะรวมก็ยังเป็นการเมืองที่หาทางออกกันไม่เจอ


ดังนั้น เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า การบริหารประเทศภายใต้คณะรัฐประหาร แม้กระทั่งวันคืนอำนาจก็คืนไม่ครบ เป็นประชาธิปไตยครึ่งเสี้ยว และท้ายที่สุดก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ประเทศนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดๆได้

Loading...


อีกทั้ง กล่าวว่า ตนเคยได้อธิบายไว้ว่า หลักใหญ่ปัญหาของประเทศนี้ยังย่ำอยู่กับที่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ยิ่งมีช่องว่างห่างกันมากตามลำดับ เพราะทุนผูกขาดของประเทศนั้น ไม่ว่าบ้านเมืองจะเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นไร ทุนผูกขาดก็ยังอยู่ยั้งยืนยง เหล่านี้คือภาพรวม


ส่วนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนนั้น ตนได้อธิบายหลายครั้งว่า หลักคิดต่างๆ ทั้งเรื่อง มาตรการการเยียวยา ที่เต็มไปด้วยปัญหา และข้อครหา เพราะสุดท้าย คนที่ยากจนจริงๆ จะเสียโอกาสเหมือนกับหลายครั้งที่ผ่านมา ทฤษฎีเรื่องโครงการคนละครึ่ง เป็นทฤษฎีมือใครยาวสาวได้สาวเอา เป็นทฤษฎีของการแก่งแย่ง ซึ่งไม่ได้สร้างอะไรที่เป็นผลดีให้กับประเทศนี้และกลายเป็นว่าทุกคนจะอยู่ได้ด้วยการแก่งแย่งเท่านั้น ทั้งที่ หน้าที่ของรัฐคือการสร้างความเสมอภาค ไม่ใช่การชิงโชค หรือการแก่งแย่ง


ดังนั้นท่ามกลางการบริหารที่ล้มเหลวทุกด้าน แล้วทำให้ประชาชนไปชุลมุนกับปัญหาของการรักษาชีวิตภายใต้เศรษฐกิจแบบนี้ ตนเห็นว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามจะทำทุกเรื่องให้เป็นปัญหาทั้งหมด เพราะหากทุกเรื่องเป็นไปด้วยวิธีการตามปกติก็จะไม่เป็นปัญหา และประชาชนเองก็ไม่ต้องกระตือรือร้น มุ่งไปหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนคนในชาติพึงจะได้รับ ประชาชนรอกการเปลี่ยนแปลง รอรัฐบาลใหม่ ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ และในทางการเมืองเมื่อเรามีวัตถุประสงค์ว่าการอภิปราย


อีกอย่าง การทำให้ทุกเรื่องเป็นเรื่องยากเสียทั้งหมด แต่ละโครงการกว่าจะได้มา เป็นเสมือนการมุ่งให้ประชาชนแย่งชิง เอาตัวให้รอด มากกว่ามุ่งที่จะไปสนใจรัฐบาลว่า บริหารประเทศ มีการทุจริตคอรัปชั่น ล้มเหลวผิดพลาดใดๆหรือไม่นั้น
ความสนใจในส่วนนี้ก็จะจางหายไปตามลำดับ ชีวิตก็หมุนวน ไม่มีเวลาคิดถึงความเหลื่อมล้ำ ความอยุติธรรมทั้งปวง ซึ่งตนเคยเปรียบเปรยเรื่องนี้ว่า เหมือนกับการสร้างกำแพงเมืองจีน วันๆไม่ต้องคิดอะไร คิดแต่การหาก้อนหินที่จะสร้างกำแพง คิดแต่การใช้แรงแต่ละวัน


นอกจากนี้นายจตุพรยังกล่าวอีกว่า การอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาลในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตนเคยอธิบายไว้ว่าการอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และรัฐบาลจะยกเรื่องที่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถาบันเป็นประเด็นหลักจนกระทั่งฝ่ายค้านไม่สามารถอภิปราย การทุจริต การล้มเหลว ความผิดพลาดและการทำผิดกฎหมายของรัฐบาลได้ และหากมีการยื่นให้ตีความญัตติ ก็จะเลยสมัยประชุม หรือยินยอมให้อภิปรายก็เสนอใช้วิธีการประชุมลับ หรือจะประท้วงจนกระทั่งอภิปรายไม่ได้


ดังนั้นภาพความหดหู่ในเวทีรัฐสภา ก็จะเต็มไปด้วยเวทีแห่งการสิ้นหวัง และตนก็เห็นว่า หากฝ่ายค้านต้องการจัดการกับรัฐบาลอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เป้าหมายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการล้มรัฐบาล ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดคือการกระชาก เรื่องการทุจริตคอรัปชั่นอย่างไร ไร้ประสิทธิภาพอย่างไร แล้วให้ประชาชนทำความเข้าใจ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับศักยภาพของฝ่ายค้าน

ขอขอบคุณ Jatuporn Prompan – จตุพร พรหมพันธุ์

Loading...