หลานยิ่งลักษณ์ จี้เอาผิดคนปกปิดไทม์ไลน์

8 เมษายน 2021 | ข่าวเด่น
Loading...

สืบเนื่องจากกรณีที่เกิดการระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 ครั้งที่ 3 ในประเทศไทย โดยในครั้งนี้เชื้อร้ายโควิด-19 กับ คลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ได้ส่งผลกระทบทำให้พื้นที่ย่านทองหล่อ รวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียง และจังหวัดต่างๆที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดในครั้งนี้

Loading...

ล่าสุดวันนี้ 8 เม.ย.64 ทางด้าน น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หลานสาวน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค Sand Wongnapachant ระบุข้อความถึงกรณีดังกล่าวเอาไว้ว่า.. การระบาดระลอกสามเริ่มจากคลัสเตอร์ย่านทองหล่อและอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ เป็นหน้าที่ของ ศบค.ที่ต้องสืบค้นจุดเริ่มต้นของการแพร่เชื้อครั้งนี้ โดยเฉพาะการเปิดไทม์ไลน์เพื่อหาจุดเริ่มต้นของเชื้อ เพื่อปิดรูรั่วให้ได้เร็วที่สุด การเปิดไทม์ไลน์จึงเป็นจิตสำนึกขั้นพื้นฐานในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และส่วนรวม

หากการระบาดทุกรอบที่ผ่านมารัฐบาลใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกอย่างบังคับให้ประชาชนดูแลตัวเอง ผู้ติดเชื้อเปิดเผยไทม์ไลน์ทุกคน หากไม่กรอกข้อมูลตามความเป็นจริง กทม.ต้องสอบสวนเพิ่มเติม และหากผู้ติดเชื้อยังไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งในมาตรา 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระบุว่าผู้ติดเชื้อโควิด19 ที่จงใจปกปิดข้อมูล อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน มีโทษคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

แต่เราจะคาดหวังกระบวนการของรัฐได้มากแค่ไหน ในเมื่อบุคคลที่เป็นต้นตอของการแพร่ระบาดระลอก 2 ยังไม่มีใครถูกดำเนินคดีไม่ว่าจะเป็นนายพลที่ร่วมงานเวทีมวยชื่อดัง เจ้าหน้าที่รัฐที่นำเข้าแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย หรือดาราดังบางคน ซึ่งปัจจุบันยังเอาผิดไม่ได้ แต่กับผู้ชุมนุมกลับถูกจับกุมโดยอ้างกฎหมายนี้อย่างไม่มียกเว้น การกระทำของรัฐบาลยิ่งย้ำภาพชัดว่า พวกท่านกำลังบังคับใช้กฏหมายแบบเลือกปฏิบัติหรือไม่ สุดท้ายประชาชนที่หาเช้ากินค่ำต้องรับเคราะห์ทุกครั้ง

อย่างไรก็ตามไม่มีใครอยากให้ท่านตายหากติดโควิด-19 มีแต่จะส่งกำลังใจไปขอให้ท่านหายโดยเร็ว แต่การปกปิดไทม์ไลน์ของท่านในฐานะฝ่ายรัฐบาลผู้มีอำนาจ จะทำประชาชนตายทั้งประเทศเพราะพิษโควิด-19 ระลอกสาม ที่จะหวังพึ่งพาการบริหารจัดการของรัฐบาลได้ยาก และทุกครั้งที่มีการระบาดตั้งแต่ครั้งแรกจนครั้งนี้ก็เป็นที่รู้กันว่าจะจบที่ล็อกดาวน์บางส่วนไม่มากก็น้อย

ทั้งนี้แนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง คือ รัฐจัดสรรวัคซีนให้ประชาชนอย่างเพียงพอและรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรแถวหน้า และบุคคลที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าอยู่ในจุดเสี่ยงสูง พร้อมกับเปิดเสรีวัคซีนให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีน ให้ประชาชนมีทางเลือกในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง จึงขอฝากให้รัฐบาลเร่งปฏิบัติก่อนที่ประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศจะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้ เพราะถ้าวันนี้ไม่ติดโควิดก่อนก็คงอดตายก่อนแน่นอนค่ะ #ติดโควิดไม่ตายปิดไทม์ไลน์ตายยกประเทศ

ที่มาและขอบคุณ Sand Wongnapachant

Loading...